วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนครั้งที่8🌎🌳🌞🌈

เพื่อนๆแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม 
การทดลองทางวิทยาศาตร์


กลุ่มที่ 1 การทดลอง ลูกโป่งพองโต
สิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)เกิดขึ้นได้จากหลายวิธี แต่ประสิทธิภาพในการเกิดอาจแตกต่าง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาเคมี เช่น เปลี่ยนปริมาณสารแต่ละชนิดหรือเปลี่ยนชนิดของสารตั้งต้น

ภาพรวมการทดลอง
มีสารตั้งต้นหลายชนิดที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ซึ่งเห็นได้จากการที่ลูกโป่งพอง ขนาดลูกโป่งที่พองออกแตกต่างกัน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการเกิดก๊าซ CO2 จากสารแต่ละชนิด ในการทดลองนี้ต้องใช้ปริมาณสารตั้งต้นปริมาณของเหลว ชนิดและขนาดของลูกโป่งเหมือนกันมีเพียงชนิดของสารตั้งต้นเท่านั้นที่แตกต่างกัน

วัสดุอุปกรณ์

สำหรับการทดลองรวม

· ลูกโป่งหลายใบ(ก่อนทดลองควรเป่าลมให้ลูกโป่งยืดออก)

· เบกกิ้งโซดา

· ผงยาลดกรด

· น้ำ

· ถ้วยหรือชามเล็ก

· ขวดแก้วปากแคบ

· กรวยกระดาษหรือพลาสติก

· ปากเคมี

· กรดมะนาว

· ผงฟู

· ช้อนชา

· ถ้วยตวงขนาดเล็ก

สำหรับทำการทดลองเพิ่มเติม

· น้ำผลไม้รสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว

· ของเหลวรสเปรี้ยว เช่น น้ำผลไม้ น้ำส้มสายชู

· กระดาษและปากกา


💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧

การทดลองที่ 2 ภูเขาไฟลาวา

สิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน

เด็กส่วนใหญ่ชอบปั้นดินน้ำมัน ชอบมองดูก๊าซฟองฟูที่เกิดขึ้น สนใจลูกโป่งที่พองโต และชอบสีสันสดใส ซึ้งเด็กๆจะได้พบจากการทดลองสร้างภูเขาไฟจำลองลูกนี้

ภาพรวมการทดลอง

ปั้นดินน้ำมันเป็นรูปภูเขาไฟ ทำปากปล่องภูเขาไฟ แล้วเทสารตั้งต้นที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์และสีผสมอาหารที่ทำให้คล้ายลาวาไหลออกมาจากปล่อง เทส่วนผสมต่างๆลงในปล่องภูเขาไฟตามลำดับ นอกจากนั้นยังสามารถสร้างน้ำใต้ภูเขาไฟได้อีกด้วย

วัสดุอุปกรณ์

สำหรับการทดลองรวม

-เบกกิงโซดา

-น้ำมะนาว

-น้ำ

-สีผสมอาหาร

-น้ำยาล้างจาน

-ดินน้ำมัน

-ถาดหรือจานก้นลึก

-ชามและช้อนชา

-หลอดหยด

-แว่นขยาย

สำหรับการทดลองเพิ่มเติม

-ผงฟู แคลเซียมเม็ด ยาลดกรดชนิดผง

-น้ำมันพืช

-น้ำมะนาวและน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว

-แก้วน้ำ

แนวคิดหลักของการทดลอง

เมื่อผสมเบกกิงโซดากับน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว (กรด)

จะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ขึ้น

💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥

การทดลองที่ 3 สนุกกับฟองสบู่

สิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน

เด็กๆเคยเล่นหรือเป่าฟองสบู่เวลาอาบน้ำ เวลาช่วยคุณแม่ล้างจานหรือซักผ้าบ้างหรือไม่ แล้วฟองสบู่มีรูปร่างอย่างไร มีสีอะไร

ภาพรวมการทดลอง

ฟองสบู่เกิดจากการเป่าลมผ่านหลอดดูดลงในสารละลายน้ำสบู่ ซึ่งฟองสบู่ที่เกิดขึ้นจะอยู่ได้นานพอสมควร ทำให้สามารถพิจารณากระบวนการไหลของน้ำบริเวณผิวฟองสบู่ได้อย่างชัดเจน ทั้งยังเพลิดเพลินกับความสวยงามของสีฟองสบู่ที่เกิดขึ้น เป็นอีกการทดลองหนึ่งที่เด็กๆชื่นชอบมาก

วัสดุอุปกรณ์

สำหรับการทดลองรวม

· ชามขนาดใหญ่และเติมน้ำให้เต็ม

· ภาชนะพร้อมฝาปิด (ไม่ควรใช้ขวดน้ำ)

· ก้อนสำลี หรือลูกปิงปอง

· น้ำยาล้างจาน

· กลีเซอรีน (85%)

· น้ำ

สำหรับเด็กแต่ละคน

· จานรองกระถางต้นไม้ขนาด หรือชามใบเล็ก

· หลอดดูด 2 หลอด

· แว่นขยาย

💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚

การทดลองที่ 4 การแยกเกลือและพริกไทย

สิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน

ปรากฏการณ์ หลายอย่างในชีวิตประจำวันของเรานั้นมีสาเหตุมาจากไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้าสถิตมีประโยชน์สำหรับเราเช่นกัน เช่น ถ้าเกลือและพริกไทยผสมกันอยู่ เราจะแยกสารทั้งสองชนิดนี้ออกจากกันอย่างไร

ภาพรวมการทดลอง


สร้างไฟฟ้าสถิตไทยเกิดขึ้น บนวัสดุที่เป็นพลาสติกและใช้ไฟฟ้าสถิตที่เกิดขึ้น แยกเกลือและพริกไทยออกจากกัน



วัสดุอุปกรณ์

สำหรับการทดลองรวม

ผ้าขนสัตว์ (ผ้าพันคอ หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เป็นต้น)

เกลือเม็ด ขนาดปานกลาง

พริกไทยป่น

สำหรับเด็กแต่ละคน

ชามใบเล็กหรือจานลอง 2 ใบ

วัสดุสังเคราะห์ (เช่นช้อนพลาสติก)

วัสดุอื่นๆเช่น หวี ลูกโป่ง ไม้แขวนเสื้อพลาสติก ไม้บรรทัดชิ้นส่วนตัวต่อขนาดใหญ่ และแผ่นพลาสติกกันกระแทก1แผ่น

สำหรับทำการทดลองเพิ่มเติม

กระชอนหรือที่กรองชา

ไม้ขีดไฟ

น้ำ 1 แก้วสำหรับดับไฟ

แก้วใส่น้ำเปล่า

กรวยพลาสติกและกระดาษกรอง

เตาไฟฟ้า

แก้วพร้อมฝาปิด

ช้อนโลหะขนาดเล็ก

ไม้หนีบผ้า




คำศัพท์ 
1. Test การทดลอง
2. Acid กรด
3. Pepper พริกไทย
4. Float ลอย
5. Sink จม






ประเมินอาจารย์
อาจารย์ให้เสนองาน และคอยให้คำแนะนำ และบอกวิธีการตั้งคำถาม
 
ประเมินเพื่อน
เพื่อนให้ความสนใจกับงานของเพื่อนกลุ่มอื่นที่นำเสนอได้ดี 

ประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังเพื่อน และ ตั้งใจนำเสนองานของตนเอง

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนครั้งที่7🌎🌳🌞🌈


ความรู้ที่ได้รับ 
วันนี้อาจารย์ได้ทบทวนความรู้เดิมในสัปดาห์ที่แล้วว่าทักษะทางวิทยาศาสตร์มีทั้งหมด 13 ทักษะ
โดยแยกได้เป็น 2 กลุ่มคือ

 ทักษะพื้นฐานมีทั้งหมด 8 ทักษะ

1. ทักษะการสังเกตุ
2. ทักษะการวัด
3. ทักษะการใช้ตัวเลข
4. ทักษะการจำแนกประเภท
5. ทักษะการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างสเปคกับสเปค และ สเปคกับเวลา
6. ทักษะการสื่อความหมายข้อมูล
7. ทักษะการลงความคิดเห็น
8. ทักษะการพยากรณ์


ทักษะขั้นสูง 5 ทักษะ
1. ทักษะการตั้งสมมติฐาน
2. ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ
3. ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร
4. ทักษะการทดลอง
5. ทักษะการแปลความหมายข้อมูล


💗💗💗💗💗💗💗💗💗💗💗



💙กิจกรรมที่1 วาดรูปแหล่งน้ำที่รู้จัก💙












สาระที่ได้
-วิทยาศาสตร์คือการที่เด็กได้สังเกตสิ่งรอบรอบตัว
-ภาษาการใช้ภาษาในการพูดอธิบายการใช้คำศัพท์ในการแผนภาพการฟังเพื่อนอธิบายการอ่านการอ่านภาพและดูตัวอย่างการเขียนการเขียนการเขียนภาพและการเขียนชื่อภาพ
-ศิลปะในเรื่องของการคิดจินตนาการถ่ายทอดการคิดผ่านงานศิลปะ
-คณิตศาสตร์เรื่องของเวลาและรูปเรขาคณิต
ด้านภูมิศาสตร์
-การทำงานร่วมกันเป็นทีมการพูดคุยการ


กิจกรรมที่ 2 สร้างแท๊งค์น้ำจากหนังสือพิมพ์ 



อาจารย์ได้ให้การอ่านหนังสือพิมพ์แผ่นเล็ก 1 ฉบับและแผ่นใหญ่จำนวน 20 แผ่นคู่
โดยอาจารย์ได้กำหนดให้สร้างแท๊งค์น้ำที่มีความสูง 24 นิ้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วให้นำพานไปวางไว้ข้างบนและนับ 1 ถึง 10 โดยห้ามให้แท๊งค์น้ำนั้นล้มลงมา


คำศัพท์
❶Geography ภูมิศาสตร์❷ Art ศิลปะ
❸Math คณิตศาสตร์❹Water source แหล่งน้ำ❺Dam เขื่อน


วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนครั้งที่6🌎🌳🌞🌈


กิจกรรมที่1


 

อาจารย์พูดคุยเรื่อง
ทักษะทางวิทยาศาสตร์

1. ทักษะการสังเกต หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ได้แก่
ตา👉ดู
   หู👉ฟัง
      จมูก👉ดมกลิ่น
     ลิ้น👉ชิมรส
   กาย👉สัมผัส

2. ทักษะการวัด หมายถึง การเลือกและการใช้เครื่องมือทำการวัดปริมาณสิ่งของต่าง ๆ ออกเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง โดยมีหน่วยกำกับเสมอ และจะต้องมีจุดมุ่งหมายในการวัดว่า จะวัดอะไร วัดทำไม จะใช้อะไรวัด และวัดอย่างไร

3. ทักษะการใช้ตัวเลข (การคำนวณ) หมายถึง การนำเอาตัวเลขที่ได้จากการวัด การสังเกต
การทดลอง และจากแหล่งอื่น ๆ มาจัดกระทำให้เกิดค่าใหม่ เช่น การบวก การลบ การคูณ การหาร การหาค่าเฉลี่ย การยกกำลัง เป็นต้น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความหมายซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ในการตีความหมายและลงข้อสรุปต่อไป ตัวเลขที่นำมาคำนวณโดยทั่วไปเป็นตัวเลขที่ได้จากการใช้เครื่องมือต่าง ๆ วัดหาค่าปริมาณของสิ่งหนึ่ง เช่น ความยาว น้ำหนัก ปริมาตร อุณหภูมิ หรือเวลา

4. ทักษะการจำแนกประเภท หมายถึง การจำแนกหรือจัดจำพวกวัตถุหรือเหตุการณ์ออกเป็นประเภทต่าง ๆ โดยมีเกณฑ์ในการจำแนกหรือจัดจำพวก เกณฑ์ที่ใช้อาจพิจารณาจากลักษณะที่เหมือนกัน แตกต่างกัน หรือสัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ 

5. ทักษะการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา สเปส หมายถึง ที่ว่างหรืออวกาศ สเปสของวัตถุ หมายถึง ทางที่วัตถุนั้นครองที่หรือกินอยู่ และมีรูปร่างลักษณะเช่นเดียวกับวัตถุนั้น โดยทั่วไปแล้วสเปสของวัตถุจะมี 3 มิติ คือ ความกว้าง ความยาว และความสูง (หรือความหนา) 
การใช้ความสัมพันธ์เกี่ยวกับสเปส หมายถึง ความสามารถในการระบุความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่อไปนี้ คือ
1. ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มิติ กับ 3 มิต
2. สิ่งที่อยู่หน้ากระจกเงากับภาพที่ปรากฏในกระจกเงาว่าจะเป็นซ้ายขวาของกันและกันอย่างไร 
3. ตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุหนึ่งกับอีกวัตถุหนึ่ง
4. การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุกับเวลาหรือสเปสของวัตถุที่เปลี่ยนไปกับเวลา

6. ทักษะการสื่อความหมายของข้อมูล การสื่อความหมาย หมายถึง การนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การวัด การทดลอง และจากแหล่งอื่น ๆ มาจัดกระทำเสียใหม่ โดยอาศัยวิธีการต่าง ๆ เช่น การจัดลำดับ การจัดหมู่ หรือการคำนวณหาค่าใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้และหรือให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายของข้อมูลนั้น ๆ ดีขึ้น การสื่อความหมายข้อมูล สามารถนำข้อมูลที่ได้จัดกระทำแล้วมาเสนอและแสดงให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายของข้อมูลชุดนั้นได้ดีขึ้น โดยการนำเสนอได้หลายรูปแบบ คือ
1) โดยการพูดปากเปล่าหรือเล่าให้ฟัง
2) โดยการเขียนเป็นรายงาน
3) โดยเขียนเป็นตาราง แผนภูมิ แผ่นภาพ แผนผัง วงจร กราฟ แผนสถิติ สมการ หรือการใช้สัญลักษณ์
4) โดยวิธีผสมผสานหลายวิธีตามความเหมาะสม

7. ทักษะการลงความคิดเห็น หมายถึง การนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตวัตถุหรือปรากฏการณ์ไปสัมพันธ์กับความรู้หรือประสบการณ์เดิมเพื่อลงข้อสรุปหรืออธิบายปรากฏการณ์หรือวัตถุนั้น

8. ทักษะการพยากรณ์ หมายถึง การทำนายหรือการคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการสังเกตหรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ความรู้ที่เป็นความจริง หลักการ กฎหรือทฤษฎีที่มีอยู่แล้วในเรื่องนั้น ๆ มาช่วยทำนายหรือคาดคะเน การพยากรณ์อาจทำได้ 2 แบบ คือ การพยากรณ์ในขอบเขตของข้อมูล และการพยากรณ์ภายนอกขอบเขตของข้อมูล

9. ทักษะการตั้งสมมติฐาน หมายถึง การคิดหาคำตอบล่วงหน้าก่อนที่จะทำการทดลอง โดยอาศัยการสังเกต ความรู้ ประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐาน คำตอบที่คิดล่วงหน้านี้ยังไม่ทราบหรือเป็นหลักการ กฎ หรือทฤษฎีมาก่อน สมมติฐานหรือคำตอบที่คิดไว้ล่วงหน้ามักเป็นข้อความที่บอกความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นกับตัวแปรตาม ซึ่งอาจผิดหรือถูกก็ได้

10. ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ หมายถึง การกำหนดความหมายและขอบเขตของคำต่างๆ ในสมมติฐานที่ต้องการทดลองให้เข้าใจตรงกัน และสามารถสังเกตหรือวัดได้ ความสามารถที่แสดงว่าเกิดทักษะแล้ว คือ สามารถกำหนดความหมายและขอบเขตของคำหรือ ตัวแปรต่าง ๆ ให้สังเกตและวัดได้

11. ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร หมายถึง การชี้บ่งตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และ ตัวแปรที่ต้องควบคุมในสมมติฐานหนึ่ง ๆ

ตัวแปรต้น คือ สิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลต่าง ๆ หรือสิ่งที่เราต้องการทดลองดูว่าเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดผลเช่นนั้นจริงหรือไม่

ตัวแปรตาม คือ สิ่งที่เป็นผลเนื่องมาจากตัวแปรต้น เมื่อตัวแปรต้นหรือสิ่งที่เป็นสาเหตุเปลี่ยนไป ตัวแปรตามหรือสิ่งที่เป็นผลจะเปลี่ยนตามไปด้วย

ตัวแปรที่ต้องควบคุม คือ สิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากตัวแปรต้นที่มีผลต่อการทดลองด้วย ซึ่งจะต้องควบคุมให้เหมือน ๆ กัน มิเช่นนั้นอาจทำให้ผลการทดลองคลาดเคลื่อนความสามารถที่แสดงว่าเกิดทักษะแล้ว คือ ชี้บ่งและกำหนดตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรที่ต้องควบคุมได้



12. ทักษะการทดลอง หมายถึง กระบวนการปฏิบัติการเพื่อหาคำตอบของสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือความสามารถในการดำเนินการตรวจสมมติฐานโดยการทดลอง โดยเริ่มตั้งแต่



13. ทักษะการแปรความหมายข้อมูล การแปรความหมายข้อมูลหมายถึงการตีความหมายหรือการบรรยายลักษณะเพื่อสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมด


กิจกรรมที่2


อาจารย์มอบหมายให้นักศึกษาอ่านเพื่อศึกษาข้อมูลใบความรู้ 
"บ้านวิทยาศาสตร์น้อย"
เรื่อง แสง สี และการมองเห็น 

พร้อมเลือกมา 
1 การทดลอง ที่จะใช้ทดลองให้เพื่อนในชั้นเรียนดู








คำศัพท์
❶
The grid ตาราง
❷
Glass กระจก
❸
Phenomenon ปรากฏการณ์
❹
Position ตำแหน่ง
❺
Temperature อุณหภูมิ

ประเมินอาจารย์
อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย

 ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจเรียนตอบคำถามและเรื่องที่ตนเองสงสัย

ประเมินตนเอง
วันนี้ดิฉันเข้าเรียนช้า ทำให้เพื่อนๆต้องรอ

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนครั้งที่5🌎🌳🌞🌈


👱ศึกษาศาสตร์วิชาการ👱







👶กิจกรรมของสาขาการศึกษาปฐมวัย👶

 1.กิจกรรมการให้ความรู้ ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับในหลวงกับการศึกษาไทย การจัดการศึกษาปฐมวัย 
ความเป็นมาของการศึกษาปฐมวัย 
2.เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับการใช้ประสาทสัมผัสจากความคุ้นเคย(ประสบการ์เดิม) ได้แก่
     1)กิจกรรมการดมกลิ่นปริศนา 
     2)กิจกรรมสัมผัสของในกล่อง 
     3)กิจกรรมปิดตาชิม 
     4)กิจกรรมจำภาพให้ได้ภายใน10วินาที







💧กิจกรรมของสาขาพลศึกษา💧 
1.กิจกรรมเกมส์ชิงธง
2.กิจกรรมเกมส์โยนห่วงหรรษา 
3.กิจกรรมการให้ความรู้เกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์เพศชายและแจกถุงยางอนามัยให้กับนักศึกษาชาย ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศไม่น่าอาย 
4.การให้ความรู้ถึงประวัติของพละศึกษาในประเทศไทย








💥กิจกรรมสาขาจิตวิทยา 💥
1.ให้ความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาเชิงบวก ได้แก่ 
แนวคิดจิตวิทยา เทคนิคพัฒนาความสุขตามแนวคิดจิตวิทยา 
2.กิจกรรมจับไข่แล้วตอบคำถาม




👿กิจกรรมของสาขาเทคโนโลยีการศึกษา👿
และคอมพิวเตอร์
กิจกรรมการตอบคำถามเกมส์ quizizz โดยมีการแบ่งคำถามเป็นหมวดหมู่ เช่น ภาษาไทย ศิลปะ พลศึกษา ภาษาอังกฤษ เป็นต้น และมอบของรางวัลให้กับผู้ที่ตอบคำถามได้เร็วและถูกต้องที่สุด





คำศัพท์
❶Puzzle ปริศนา
❷Smell กลิ่น
❸Touch สัมผัส
❹History ประวัติ
❺Flag ธง


วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนครั้งที่4🌎🌳🌞🌈

งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แห่งชาติประจำปี 2562

🌎🌵⛅🌳🐋

ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม
อิมแพ็คเมืองทองธานี (Hall 6-12) 


เริ่มแรก เข้าไปในงานก็จะมีสติ๊กเกอร์สีเขียวแบบนี้แจกให้คนละ 1 ดวง

มาถึงกิจกรรมภายในงานกันค่ะ



มหัศจรรย์เมืองแห่งธาตุ
นำเสนอ "ธาตุ" ตามสมบัติที่โดดเด่น
ของหมวดหมู่ที่อยู่ใกล้เคียงกัน 
ในบรรยากาศตื่นตาตื่นใจที่แสดงถึงลักษณะ 
และสมบัติของธาตุที่โดดเด่นในหมวดหมู่นั้น ๆ 


นิทรรศการดินแดนมหัศจรรย์แห่งการอ่าน 
TK Miracle Park 
นำเสนอให้เห็นความสำคัญของการอ่านเพื่อกลับไปหาความรู้ต่าง ๆ ที่ได้รับการสั่งสมมาอย่างยาวนาน แล้วนำไปต่อยอดสู่ความรู้ใหม่ๆ การสำรวจความรู้ตั้งแต่นอกโลกจนถึงตัวเรา กับความรู้ 4 ด้าน คือ โลกและอวกาศ ร่างกาย อาหาร และวิทยาศาสตร์ทั่วไป แล้วเชื่อมแรงบันดาลใจจากบุคคลสำคัญ ต่อยอดกล่องความรู้ให้กลายเป็นสิ่งใหม่ ผ่านหลากหลายรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ 



ย้อนอดีตสิ่งประดิษฐ์พลิกความคิดสู่อนาคต
นิทรรศการและกิจกรรมนำเสนอถึงการย้อนไปในอดีตของสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้การดำรงชีวิตของมนุษย์เปลี่ยน เรียนรู้วิวัฒนาการของสิ่งประดิษฐ์ที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์



พลาสติกพลิกโลก

ทุกคนสามารถร่วมมือกันแก้ปัญหาขยะพลาสติกได้โดยเริ่มที่ตัวเราเพียงใช้อย่างเหมาะสม 
ใช้เท่าที่จำเป็น และจัดการอย่างถูกวิธี 
ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี



ข้าวคือชีวิต

นำเสนอความสำคัญของข้าวต่อการดำรงชีวิต
ของมนุษย์ในเขตภูมิภาคหนึ่งของโลก




นิทรรศการเทิดพระเกียรติ
จัดแสดง พระอัจฉริยภาพ 
“พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พระอัจฉริยภาพ
พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย และพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่เป็นคุณูปการต่องานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษาของประเทศไทย





การแสดงการทดลองทางวิทยาศาสตร์




การหมุนเวียนของบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ
ที่เราใช้ในชิวิตประจำวันที่สามารถนำมาแปรรูปได้



กิจกรรม เล่น เรียน รู้ 
ของเล่นประเภทเสียง "กบไม้" และ "กังหันหมุน"

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนครั้งที่3🌎🌳🌞🌈

💙กิจกรรมที่ ⓵💙
อาจารย์มอบหมายให้นักศึกษาทุกคน

แบ่งกลุ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยที่กลุ่มของตนเองได้รับมอบหมายพร้อมสรุปรวบรวมข้อมูลของกลุ่มตนเองให้เป็นบทความของกลุ่มตนเอง







กลุ่มของดิฉันได้หัวข้อ "เสียง"

🎺แหล่งที่มาของการเกิดเสียง🎷
แบ่งได้เป็น4 อย่าง
1.เสียงที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ได้แก่ การกระทบของน้ำกับก้อนหิน
เสียงจากลมพัดใบหญ้า เสียงฝนตก เสียงฟ้าผ่า เสียงคลื่นทะเล เสียงต้นไม้เสียดสีกัน
2.เสียงที่เกิดขึ้นจากสัตว์ หมายถึง เสียงร้องของสัตว์ต่างๆ
3.เสียงที่เกิดขึ้นจากมนุษย์ หมายถึง การกระทำของมนุษย์ด้วยวิธีต่างๆ ได้แก่ เสียงจากการเป่าริมฝีปาก เสียงจากการปรบมือ เสียงจากการย่ำเท้า เป็นต้น
4.เสียงที่เกิดจากการบรรเลง หมายถึง การที่มนุษย์นำวัสดุธรรมชาติมาประดิษฐ์เป็นเครื่องดนตรีที่ทำให้เกิดเสียง

💆คุณสมบัติของเสียง💆
เสียงเป็นคลื่นชนิดหนึ่งที่เคลื่อนที่โดยอาศัยตัวกลาง ดังนั้นจึงมีคุณสมบัติเหมือนคลื่น คือ
1.การสะท้อน
2.การหักเห
3.การสอดแทรก

4.การเลี้ยวเบ

🙋ประเภทของเสียง🙋

1. เสียงดังแบบต่อเนื่อง (continuous Noise)
เป็นเสียงดังที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำแนกออกเป็น 2 ลักษณะ คือ เสียงดังต่อเนื่องแบบคงที่ (steady-state Noise) และเสียงดีงต่อเนื่องที่ไม่คงที่ (Non steady state Noise)
1.1 เสียงดังต่อเนื่องแบบคงที่ (Steady-state Noise) เป็นลักษณะเสียงดังต่อเนื่องที่มีระดับเสียง เปลี่ยนแปลง
1.2 เสียงดังต่อเนื่องที่ไม่คงที่ (Non-steady state Noise) เป็นลักษณะเสียงดังต่อเนื่องที่มี ระดับเสียงเปลี่ยนแปลง
2. เสียงดังเป็นช่วงๆ (lntermittent Noise)
3. เสียงดังกระทบ หรือ กระแทก (lmpact or lmpulse Noise) 




ประโยชน์ของเสียง
1.เสียงด้านวิศวกรรมและอุตสาหกรรม
2.ด้านการแพทย์
3.ด้านการประมงค์และสำรวจใต้น้ำ
4. ด้านสถาปัตยกรรม
5. ด้านธรณีวิทยา


มลพิษทางเสียงมีอันตรายต่อสุขภาพและระบบการได้ยินดังนี้
1) อันตรายต่อระบบการได้ยิน การได้ฟังเสียงที่ดังเป็นเวลานานๆ ส่งผลทำลายเซลล์ประสาทของหู และเกิดผลเสียต่อการได้ยินดังนี้
(1) หูตึงหรือหูอื้อชั่วคราว คืออาการที่เกิดขึ้น เนื่องจากเสียงที่ดังนั้นยังไม่ดังมากและนานพอที่จะทำลายเซลล์ประสาทของหูได้อย่างง่ายดาย
(2) หูตึงหรือหูหนวกอย่างถาวรคือ อาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากได้ฟังเสียงที่ดังมากเกินไปจนทำลายเซลล์ประสาทหูไปอย่างถาวรและไม่สามารถกลับมาได้ยินเหมือนเดิม
(3) หูตึงหรือหูอื้อแบบเฉียบพลัน คือ อาการหูหนวกอย่างเฉียบพลันซึ่งเกิดจากการได้รับฟังเสียงที่ดังเกินไปจนทำให้แก้วหูฉีกขาด เช่น เสียงระเบิด เสียงประทัด

2)อันตรายต่อสุขภาพทั่วไปและจิตใจ
เช่น เสียงที่ดังเกินไปจะรบกวนการนอนหลับและการพักผ่อน ส่งผลทำให้หงุดหงิด มีความเครียด อีกทั้งยังรบกวนการทำงานทำให้งานมีประสิทธิภาพด้อยลง และเสียงดังมากๆ ยังทำให้ความดันสูง เกิดโรคหัวใจ ชีพจรเต้นผิดปกติ เกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ และอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้

แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางเสียง มีดังนี้
1). กำหนดและบังคับใช้มาตรฐานระดับความดังในสถานที่ต่างๆไม้ให้เกินค่ามาตรฐาน เพื่อลดอันตรายของเสียงที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและการได้ยิน

2). ควบคุมแหล่งกำเนิดเสียง เช่น ควบคุมเสียงที่เกิดจากยานพาหนะ โดยผู้ใช้รถทุกคันต้องตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ของตนให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่ดัดแปลงท่อไอเสียให้เกิดเสียงดังรบกวนผู้อื่น โรงภาพยนตร์และสถานบันเทิงไม่ควรเปิดเสียงเครื่องเสียงที่ดังเกินค่ามาตรฐาน รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมควรเลือกใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือต่างๆที่เกิดเสียงดังรบกวนน้อยที่สุด

3). สำรวจและตรวจสอบตามแหล่งกำเนิดเสียงต่างๆเป็นประจำ เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้เกิดมลพิษทางเสียง

4). หลีกเลี่ยงการอยู่ในแหล่งที่เสียงดังเป็นเวลานานๆ แต่หากถ้าจำเป็นต้องอยู่หรือต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับเสียงดังมากๆ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันหู เช่นที่ครอบหู ที่อุดหู เพื่อลดอันตรายจากความดังของเสียง

💚กิจกรรมที่ ⓶ 💚
อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมููลของกลุ่มตนเองผ่านการพิมพ์ข้อมูลจากนั้นได้ให้คำแนะนำและบอกวิธีที่จะใช้สำหรับสอนเด็กปฐมวัย

💜กิจกรรมที่ ⓷ 💜
อาจารย์มอบหมายให้นักศึกษาคิดของเล่นที่มาจากเรื่องของกลุ่มตนเองให้ดูน่าสนใจ
หลากหลายและไม่ซ้ำกันและจัดทำของเล่นมาส่งในคาบหน้า


คำศัพท์
❶Danger อันตราย
❷Sound เสียง
❸Survey สำรวจ
❹Health สุขภาพ
❺Nature ธรรมชาติ

ความรู้ที่ได้รับ
ความรู้เกี่ยวกับ น้ำ ดิน เครื่องกล แสง เสียง ที่จะนำไปสอนเด็กระดับปฐมวัย

ประเมินอาจารย์
อาจารย์เข้าสอนตรงเวลามีการใช้เทคโนโลยีในการสอน

ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจเรียนมีเสียงดังบ้างนิดหน่อย

ประเมินตนเอง
ดิฉันเข้าเรียนช้านิดหน่อย แต่ตั้งใจทำกิจกรรมเพื่อที่จะนำเสนอให้อาจารย์ฟังและเพื่อให้ตนเองทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรียนได้ดี